พระคัมภีร์หนุนใจ

พระคัมภีร์หนุนใจในยามทุกข์ — 2 โครินธ์ 1:3-4 และพระเจ้าที่เปาโลเรียกว่า “พระเจ้าแห่งการปลอบประโลมใจทุกอย่าง” วันที่ 94 ของแผน

ข้อพระคัมภีร์

“สาธุการแด่พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระบิดาผู้ทรงเมตตากรุณา พระเจ้าแห่งการปลอบประโลมใจทุกอย่าง พระองค์ผู้ทรงปลอบประโลมใจเราในความยากลำบากทั้งหมดของเรา เพื่อให้เราสามารถปลอบประโลมใจคนทั้งหลายที่มีความยากลำบากชนิดใดก็ตาม ด้วยการปลอบประโลมใจที่พระเจ้าทรงปลอบประโลมใจเราเอง” 2 โครินธ์ 1:3-4 (THSV 2011)

บริบท

2 โครินธ์เป็นจดหมายส่วนตัวที่สุดของเปาโล ในขณะที่เขียน เปาโลเพิ่งผ่านความทุกข์หนักในแคว้นเอเชีย จนเขากล่าวว่า “แม้แต่ชีวิตของเราเองก็เกือบเอาตัวไม่รอด” (1:8). คริสตจักรในเมืองโครินธ์ก็มีความขัดแย้งภายในที่ทำร้ายเปาโลทางใจอย่างมาก จดหมายฉบับนี้จึงไม่ได้เริ่มต้นด้วยทฤษฎี แต่เริ่มต้นด้วยบทเพลงสรรเสริญ — สรรเสริญพระเจ้าที่ปลอบประโลมใจในความทุกข์

เปาโลใช้คำว่า “ปลอบประโลมใจ” (กรีก: paráklēsis) ถึงสิบครั้งในห้าข้อแรกของจดหมาย คำเดียวกันนี้ใช้เรียกพระวิญญาณบริสุทธิ์ในยอห์น 14 ว่า “ผู้ปลอบโยน” (parákletos). การปลอบประโลมใจของพระเจ้าจึงไม่ใช่คำพูดที่นุ่มนวลเท่านั้น แต่เป็นการสถิตอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์เอง

ความหมาย

พระคัมภีร์หนุนใจในข้อนี้เปิดเผยความจริงสามอย่าง

หนึ่ง — พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาแห่งความเมตตา เปาโลเลือกใช้ชื่อเรียกพระเจ้าว่า “พระบิดาผู้ทรงเมตตากรุณา” ในตอนต้น เพราะในความทุกข์เราจำเป็นต้องเตือนตัวเองว่าพระเจ้าคือใคร พระองค์ไม่ใช่ผู้ปกครองที่ห่างเหิน แต่เป็นพระบิดาที่เห็นน้ำตา

สอง — การปลอบประโลมใจเป็นการสถิตอยู่ ไม่ใช่การลบล้าง เปาโลไม่ได้กล่าวว่าพระเจ้าทรงเอาความทุกข์ออกไป แต่กล่าวว่าพระองค์ “ปลอบประโลมใจเราในความยากลำบากทั้งหมดของเรา” คำว่า “ใน” สำคัญมาก. พระเจ้ามักเลือกที่จะอยู่กับเราในความทุกข์มากกว่าเอาความทุกข์ออกจากเรา และนั่นคือพระคุณ

สาม — การปลอบประโลมใจมีจุดประสงค์ เปาโลกล่าวว่าพระเจ้าปลอบประโลมใจเรา “เพื่อให้เราสามารถปลอบประโลมใจคนทั้งหลาย” การปลอบประโลมใจที่ได้รับไม่ใช่เพื่อตัวเองคนเดียว — เป็นทรัพย์ที่ส่งต่อ ผู้ที่ทุกข์มาก่อนเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ปลอบประโลมใจผู้อื่นได้ลึกที่สุด

เรื่องราวของคุณ — แม้ส่วนที่ปวดที่สุด — กลายเป็นเครื่องมือของพระเจ้าในชีวิตคนอื่น เมื่อคุณยอมให้พระองค์ใช้

วิธีนำไปใช้

  1. นั่งนิ่งกับข้อพระคัมภีร์ ใช้เวลาสองนาทีอ่าน 2 โครินธ์ 1:3-4 ช้า ๆ สามครั้ง ครั้งแรกอ่านธรรมดา ครั้งที่สองเน้นคำว่า “ใน” ครั้งที่สามเน้นคำว่า “เพื่อ” ปล่อยให้พระคำกระทำการในใจ
  2. เขียนรายการการปลอบประโลมใจของพระเจ้า ลองนึกถึงห้าครั้งในชีวิตที่พระเจ้าทรงปลอบประโลมใจคุณ ผ่านคน ผ่านพระคำ ผ่านสถานการณ์ที่เปลี่ยน เขียนลง และขอบพระคุณพระองค์ทีละข้อ
  3. หาคนที่ต้องการการปลอบประโลมใจวันนี้ 2 โครินธ์ 1:4 ไม่ใช่แค่หลักการ — เป็นพระบัญชา ส่งข้อความ โทรศัพท์ หรือเขียนการ์ดให้คนที่กำลังลำบาก
  4. ร้องเพลงสรรเสริญในความทุกข์ สังเกตว่า 2 โครินธ์ 1:3 เริ่มด้วย “สาธุการแด่พระเจ้า” การสรรเสริญในความทุกข์เป็นการประกาศชัยชนะของความเชื่อเหนือความรู้สึก
  5. อย่ารีบฟื้นตัวเร็วเกินไป การปลอบประโลมใจของพระเจ้ามักทำงานช้า ให้เวลากับความเศร้า ไม่ต้องบังคับให้ตัวเอง “แข็งแกร่ง” ก่อนเวลาอันควร พระเจ้าทรงรู้จังหวะของท่าน

ข้อพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง

การไตร่ตรอง

พระเจ้าไม่ได้สัญญาชีวิตที่ปราศจากความทุกข์ แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าจะไม่ปล่อยเราไว้ลำพังในความทุกข์ การปลอบประโลมใจของพระองค์ลึกกว่าคำพูด เพราะเป็นการสถิตอยู่เอง ขอให้วันนี้พระเจ้าทรงปลอบประโลมใจท่านในที่ ๆ ท่านอยู่

คำถามที่พบบ่อย

พระคัมภีร์หนุนใจคืออะไร?

พระคัมภีร์หนุนใจคือถ้อยคำของพระเจ้าที่ปลอบประโลมใจ ยกขึ้น และนำเรากลับสู่ความวางใจในพระองค์ในยามทุกข์ พระคัมภีร์ทั้งเล่มมีจุดประสงค์นี้ (โรม 15:4)

พระเจ้าทรงปลอบประโลมใจอย่างไร?

พระเจ้าทรงปลอบประโลมใจผ่านพระคำของพระองค์ ผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงเป็น “ผู้ปลอบโยน” (ยอห์น 14:16) ผ่านการอธิษฐาน และผ่านพี่น้องในความเชื่อที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา

ทำไม 2 โครินธ์ 1:3-4 จึงสำคัญ?

เพราะระบุชื่อพระเจ้าว่า “พระเจ้าแห่งการปลอบประโลมใจทุกอย่าง” แสดงว่าการปลอบประโลมใจไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้ามอบเป็นบางครั้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของพระลักษณะของพระองค์

พระคัมภีร์หนุนใจในความเสียใจมีข้อใดบ้าง?

มัทธิว 5:4, สดุดี 34:18, สดุดี 147:3, อิสยาห์ 61:1-3, และวิวรณ์ 21:4 ทั้งหมดพูดถึงการที่พระเจ้าทรงเข้าใกล้ผู้ที่ใจชอกช้ำและทรงสัญญาว่าจะรักษาบาดแผล

เมื่ออ่านพระคัมภีร์แล้วยังไม่รู้สึกหนุนใจ ควรทำอย่างไร?

ความรู้สึกไม่ใช่ตัววัดความจริงเสมอไป. อ่านต่อไปแม้ไม่รู้สึก ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเปิดใจ อธิษฐานด้วยข้อพระคัมภีร์นั้น และพูดคุยกับพี่น้องที่เชื่อ