พระคำหนุนใจ

พระคำหนุนใจในยามอ่อนล้า — สดุดี 119:50 พระดำรัสของพระเจ้าที่ให้ชีวิต. บทเฝ้าเดี่ยววันที่ 130 ของแผนพระคัมภีร์ในหนึ่งปี

ข้อพระคัมภีร์

“นี่เป็นการปลอบโยนใจของข้าพระองค์ในความทุกข์ใจของข้าพระองค์ คือพระดำรัสของพระองค์ทำให้ข้าพระองค์มีชีวิต” สดุดี 119:50 (THSV 2011)

บริบท

สดุดี 119 เป็นสดุดีที่ยาวที่สุดในพระคัมภีร์ — 176 ข้อ จัดเป็น 22 ตอน ตามอักษรฮีบรูแต่ละตัว แต่ละตอนเริ่มต้นด้วยอักษรเดียวกันทั้ง 8 ข้อ ทุกข้อพูดถึงพระวจนะของพระเจ้า ในแง่ใดแง่หนึ่ง — พระบัญญัติ พระโอวาท พระดำรัส กฎหมาย หรือพระวจนะ. ผู้เขียนอาจกำลังเผชิญการข่มเหง การข่มขู่ และความท้อแท้ จึงหันมาสรุปว่าพระคำของพระเจ้านั่นแหละเป็นที่ลี้ภัยและการปลอบโยน

ข้อ 50 ที่เราอ่านวันนี้อยู่ในตอน “ดาเลธ-เฮ-วาว-ซายิน” ผู้เขียนกำลังจดจำว่าในความทุกข์ของเขา สิ่งหนึ่งที่หนุนใจเขามาอย่างต่อเนื่องคือพระดำรัสของพระเจ้า — ไม่ใช่พระดำรัสในฐานะข้อมูล แต่พระดำรัสในฐานะของขวัญที่ ทำให้มีชีวิต

ความหมาย

คำว่า “ทำให้มีชีวิต” ในภาษาฮีบรู (chiyyah) มีความหมายแปลกตรงที่ใช้กับการฟื้นคืนชีพ การฟื้นฟู และการเริ่มต้นใหม่ พระคำของพระเจ้าทำมากกว่าให้กำลังใจ — พระคำคืนชีวิตให้กลับมา

มีอย่างน้อยสามวิธีที่ พระคำหนุนใจ ในความหมายนี้ทำงาน

วิธีแรก: พระคำเปิดเผยพระลักษณะของพระเจ้า ในยามทุกข์ เรามักลืมว่าพระเจ้าทรงเป็นใคร พระคำเตือนเราอย่างต่อเนื่อง — พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ (เพลงคร่ำครวญ 3:23) ทรงเป็นที่ลี้ภัย (สดุดี 46:1) ทรงสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้ง (ฮีบรู 13:5). เมื่อเราได้รับการเตือนว่าพระเจ้าทรงเป็นใคร สถานการณ์ของเราเปลี่ยนน้ำหนัก

วิธีที่สอง: พระคำให้คำสัญญาที่ยึดได้ สดุดี 119:50 พูดในกาลปัจจุบัน — “พระดำรัส ทำให้ ข้าพระองค์มีชีวิต” พระคำของพระเจ้าไม่ใช่คำสัญญาที่อาจจะเป็นจริงในอนาคต — เป็นคำสัญญาที่ทำงานเดี๋ยวนี้ เมื่อท่านสะดุดกับข้อสัญญาในยามที่ใจหนัก ท่านกำลังจับมือกับชีวิต

วิธีที่สาม: พระคำเชื่อมเราเข้ากับชุมชนผู้เชื่อในประวัติศาสตร์ เมื่อท่านอ่านสดุดี ท่านไม่ได้อ่านคนเดียว — ท่านร่วมเสียงกับผู้ที่ทุกข์มาก่อน ดาวิดร้องคร่ำครวญ เปาโลในคุก หลายชั่วอายุของคนของพระเจ้าได้พบการหนุนใจในข้อเดียวกัน. ความทุกข์ของท่านมีผู้ร่วมเดินทาง

วิธีนำไปใช้

  1. เลือกข้อหนึ่งจากสดุดี 119 ให้เป็นข้อประจำสัปดาห์ ข้อ 50, 105, 28, หรือ 165 ต่างเป็นข้อที่ทรงพลัง ท่องจำและนำกลับมาคิดเมื่อใจอ่อน
  2. เริ่มทุกวันด้วยพระคำสั้น ๆ สามนาทีของพระคำในตอนเช้าให้ฐานที่ดีกว่าสามชั่วโมงของข่าวสารและการเลื่อนหน้าจอ พระคำตั้งทิศทางของวัน
  3. เปิดพระคัมภีร์เมื่อรู้สึกอ่อนแอที่สุด สัญชาตญาณตามธรรมชาติคือถอย แต่ลองทำตรงข้าม — เปิดพระคัมภีร์แม้ไม่รู้สึก. พระดำรัสของพระเจ้าทำงานเหนือความรู้สึก
  4. อธิษฐานพระคำกลับขึ้นไปหาพระเจ้า แทนที่จะพูดด้วยถ้อยคำของตน ลองอ่านสดุดีออกเสียงเป็นการอธิษฐาน. พระคำกลายเป็นทั้งการอ่านและการพูดกับพระองค์
  5. แบ่งปันพระคำที่หนุนใจคุณกับคนอื่น เมื่อข้อพระคัมภีร์ใดยกใจคุณขึ้นมาในสัปดาห์นี้ ส่งให้คนที่คุณรู้ว่ากำลังลำบาก พระคำที่หนุนใจคนหนึ่งมักหนุนใจอีกคนหนึ่งได้

ข้อพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง

การไตร่ตรอง

พระคำของพระเจ้าไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไปทันที แต่พระคำเปลี่ยนใจของผู้เผชิญปัญหา ผู้ประพันธ์สดุดี 119:50 ไม่ได้กล่าวว่า “พระดำรัสเอาความทุกข์ออก” แต่กล่าวว่า “พระดำรัสทำให้ข้าพระองค์มีชีวิตในความทุกข์ใจ” ความทุกข์ใจยังอยู่ แต่ชีวิตกลับมา ขอให้พระคำหนุนใจท่านในวันนี้

คำถามที่พบบ่อย

พระคำหนุนใจหมายความว่าอย่างไร?

พระคำหนุนใจคือพระดำรัสของพระเจ้าที่ทรงปลุกความหวัง ปลอบประโลมใจ และให้กำลังในยามอ่อนล้า. ในพระคัมภีร์ไทย “พระคำ” มักหมายถึงพระดำรัสของพระเจ้า

พระคำของพระเจ้าให้ชีวิตอย่างไร?

สดุดี 119:50 กล่าวว่า พระดำรัสทำให้มีชีวิต. หมายถึง พระคำไม่เพียงให้ข้อมูล แต่ให้พลังที่ทำให้ผู้ที่ใจอ่อนล้ายืนขึ้นได้ใหม่

ทำไมสดุดี 119 จึงยาวที่สุดในพระคัมภีร์?

สดุดี 119 เป็นบทเพลงที่ทุ่มเทแก่พระวจนะของพระเจ้าทั้งบท. มี 176 ข้อ จัดเป็น 22 ตอน ตามอักษรฮีบรู แสดงให้เห็นว่าสำหรับผู้เขียน พระคำของพระเจ้าเป็นทุกสิ่ง

พระคำหนุนใจเมื่อท้อแท้ ควรอ่านข้อใด?

สดุดี 42, สดุดี 23, มัทธิว 11:28-30, อิสยาห์ 40:29-31, และฟีลิปปี 4:13. ทั้งหมดพูดถึงพระเจ้าผู้ทรงเสริมกำลังผู้ที่อ่อนล้าและทรงสัญญาว่าจะอยู่ใกล้

การใคร่ครวญพระคำสำคัญอย่างไร?

การอ่านพระคำเพียงครั้งเดียวก็มีค่า แต่การใคร่ครวญ — คือการครุ่นคิดและซึมซับ — ทำให้พระคำลึกเข้าในใจและเกิดผลในการกระทำ สดุดี 1:2 ชี้ให้เห็นว่าผู้เป็นสุขคือผู้ที่ใคร่ครวญพระธรรม