ข้อพระคัมภีร์หนุนใจ
ข้อพระคัมภีร์หนุนใจสำหรับวันที่กำลังหนัก — โยชูวา 1:9 และพระสัญญาของพระเจ้าว่าพระองค์ทรงสถิตด้วย วันที่ 5 ของแผนพระคัมภีร์ในหนึ่งปี
ข้อพระคัมภีร์
“เราสั่งเจ้าไว้แล้วไม่ใช่หรือ จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวเลย อย่าตกใจเลย เพราะว่าเจ้าไปทางไหน พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าจะสถิตกับเจ้า” โยชูวา 1:9 (THSV 2011)
บริบท
โยชูวา 1 อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่หนักของอิสราเอล โมเสสซึ่งเป็นผู้นำมาตลอด 40 ปีเพิ่งสิ้นชีวิต โยชูวาผู้ติดตามได้รับการแต่งตั้งให้นำชนอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดนเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา หน้าที่นี้หนักมาก เพราะแม้แต่โมเสสเองก็ยังไม่ได้เข้าสู่ดินแดนนั้น ในบริบทเช่นนี้พระเจ้าจึงตรัสกับโยชูวาสามครั้งในบทแรกว่า “จงเข้มแข็งและกล้าหาญ”
ที่น่าสังเกตคือ พระบัญชา “จงเข้มแข็ง” ไม่ได้มาตามลำพัง แต่มาพร้อมพระสัญญา “พระเจ้าทรงสถิตด้วย” ความกล้าหาญในพระคัมภีร์ไม่ใช่ความเชื่อมั่นในตัวเอง แต่เป็นความเชื่อในการสถิตอยู่ของพระเจ้า
ความหมาย
ข้อพระคัมภีร์หนุนใจในพระคัมภีร์ทำงานในสามมิติ — ตักเตือน, ปลอบโยน, และ ทรงนำ
มิติแรก เป็นการ ตักเตือน โยชูวา 1:9 ไม่เพียงปลอบโยนแต่ยังบัญชาด้วย “อย่ากลัวเลย อย่าตกใจเลย” ในเวลาที่อ่อนล้า เราอาจเชื่อโดยปริยายว่าความกลัวเป็นสิ่งที่ควบคุมเราไม่ได้ พระเจ้ากำลังเตือนว่ามีทางเลือก — ความกล้าหาญเป็นการเชื่อฟังพอ ๆ กับเป็นความรู้สึก
มิติที่สอง เป็นการ ปลอบโยน “พระเจ้าของเจ้าจะสถิตกับเจ้า” เมื่อชีวิตยากลำบาก สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดไม่ใช่คำอธิบาย ไม่ใช่กำลัง ไม่ใช่แม้แต่คำตอบ — เราต้องการการสถิตอยู่ของพระเจ้า ข้อพระคัมภีร์หนุนใจเตือนเราถึงความจริงนี้
มิติที่สาม เป็นการ ทรงนำ โยชูวา 1:8 กล่าวว่า “หนังสือธรรมบัญญัตินี้อย่าให้พ้นจากปากของเจ้า แต่เจ้าจงคิดใคร่ครวญทั้งกลางวันและกลางคืน” ข้อพระคัมภีร์หนุนใจไม่ใช่การปลอบใจชั่วคราว แต่เป็นอาหารทุกวัน ทุกวันที่เราอ่าน ทุกวันที่เราใคร่ครวญ — เราถูกหนุนใจอย่างต่อเนื่อง
ความหนุนใจที่แท้จริงไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป แต่ทำให้เราไม่เผชิญปัญหาตามลำพัง
วิธีนำไปใช้
- เลือกข้อพระคัมภีร์หนึ่งข้อสำหรับสัปดาห์นี้ โยชูวา 1:9 หรืออิสยาห์ 41:10 ก็ได้ ท่องจำให้ขึ้นใจ และนำมาคิดในเวลาที่อ่อนล้า
- เขียนลงในที่ที่เห็นได้ทุกวัน กระดาษโน้ตติดที่กระจกห้องน้ำ พื้นหลังโทรศัพท์ หรือสมุดบันทึกที่โต๊ะทำงาน ให้คำของพระเจ้าได้พบกับสายตาของท่านบ่อย ๆ
- อธิษฐานด้วยข้อพระคัมภีร์ เปลี่ยนข้อพระคัมภีร์เป็นคำอธิษฐาน “พระเจ้า ทรงสอนข้าพระองค์ให้เข้มแข็งและกล้าหาญในเรื่องนี้ ขอทรงสถิตด้วยข้าพระองค์” การอธิษฐานเช่นนี้เปลี่ยนทั้งใจและมุมมอง
- แบ่งปันกับผู้อื่น เมื่อเพื่อนหรือคนในครอบครัวอ่อนล้า ส่งข้อพระคัมภีร์หนุนใจไปให้ การหนุนใจที่ท่านได้รับจากพระเจ้านั้น พระเจ้าทรงประสงค์ให้ส่งต่อ (2 โครินธ์ 1:4)
- กลับมาที่ข้อพระคัมภีร์เดิมในวันที่ดี อย่ารอจนสิ้นหวังถึงจะอ่านพระคัมภีร์ การหนุนใจในวันธรรมดาสร้างรากที่มั่นคงสำหรับวันที่ยาก
ข้อพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง
- อิสยาห์ 41:10 — “อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า อย่าวิตกเลย เพราะเราเป็นพระเจ้าของเจ้า เราจะหนุนกำลังเจ้า เออ เราจะช่วยเจ้า”
- สดุดี 46:1 — “พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของข้าพระองค์ทั้งหลาย”
- 2 ทิโมธี 1:7 — “เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ประทานใจที่ขลาดกลัวแก่เรา แต่ประทานใจที่ประกอบด้วยฤทธิ์ ความรัก และการบังคับตนเองให้แก่เรา”
- สดุดี 23:4 — “แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์จะไม่กลัวอันตรายใด ๆ เพราะพระองค์สถิตกับข้าพระองค์”
- ฟีลิปปี 4:13 — “ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า”
การไตร่ตรอง
ในวันที่ใจอ่อนล้า ข้อพระคัมภีร์อาจดูเหมือนถ้อยคำที่เคยได้ยินมาบ่อย ๆ แต่ลองช้าลงและอ่านโยชูวา 1:9 ราวกับครั้งแรก พระเจ้าทรงตรัสกับท่านเอง — ในที่ที่ท่านอยู่ ในเรื่องที่ท่านกลัว ในก้าวที่ท่านลังเล “จงเข้มแข็ง อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า”
คำถามที่พบบ่อย
ข้อพระคัมภีร์หนุนใจมีไว้เพื่ออะไร?
พระคัมภีร์ทั้งเล่มถูกประทานให้เพื่อสอน เพื่อตักเตือน และเพื่อหนุนใจ (โรม 15:4). ข้อพระคัมภีร์หนุนใจไม่ได้มาแทนที่ความยากของชีวิต แต่ช่วยให้เรายืนอยู่ในความจริงของพระเจ้าระหว่างทาง
ทำไมโยชูวา 1:9 จึงสำคัญ?
เพราะเป็นพระดำรัสที่พระเจ้าตรัสแก่โยชูวาเมื่อเขารับหน้าที่หนักจากโมเสส คำว่า “จงเข้มแข็งและกล้าหาญ” ถูกซ้ำสามครั้งในบทแรก แสดงว่าเป็นพระบัญชาเฉพาะที่มีพระสัญญารองรับ คือ พระเจ้าทรงสถิตด้วย
เมื่อกลัว ควรอ่านข้อพระคัมภีร์ไหน?
เริ่มที่อิสยาห์ 41:10, สดุดี 23, สดุดี 46:1, โยชูวา 1:9 และ 2 ทิโมธี 1:7. แต่ละข้อพูดถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้าและฤทธิ์ของพระองค์ที่เอาชนะความกลัว
ข้อพระคัมภีร์ช่วยจริงหรือ?
ข้อพระคัมภีร์ไม่ใช่คาถา แต่เป็นถ้อยคำของพระเจ้าที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงใช้ในชีวิตเรา เมื่อใจเราเปิด ข้อพระคัมภีร์สามารถปรับเปลี่ยนความรู้สึก เปลี่ยนความคิด และนำเราให้กลับมาวางใจในพระเจ้า
ควรท่องจำข้อพระคัมภีร์ไหม?
ควรอย่างยิ่ง. สดุดี 119:11 กล่าวว่า “ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจ” การท่องจำเก็บคำหนุนใจไว้ในใจ เพื่อในวันที่ไม่มีพระคัมภีร์ในมือ คำเหล่านั้นยังพร้อมหนุนใจเราอยู่